ComBioLaw.De » Blog » นานาสารพัน
Churubamba/บอลเปลี่ยนชีวิต
น่าเชื่อว่า แท้จริงมันคือ บทรำพันถึงคนสองเผ่าสองชนชั้น ที่เผ่าหนึ่ง รักสงบ ทุ่มเทชีวิตไปกับการรังสรรค์สิ่งสวยงามให้กับโลก แต่อีกเผ่ากลับเอาแต่หมกมุ่นอยู่กับอำนาจและความรุนแรง แต่ที่น่าเจ็บใจยิ่ง ก็คือ เผ่าหลังกลับได้เป็นผู้ปกคองและข่มเหงคนเผ่าแรก และนี่อาจเป็นอีกเหตุหนึ่งจากหลาย ๆ เหตุก็ได้ที่ทำให้เชหันเหไปเป็นนักปฏิวัติเพื่อชนชั้นล่าง และผู้ถูกกดขี่ (ไม่ต่างจากเมื่อ 500 ปีก่อน ที่อินคาถูกรุกราน และต้องอยู่ภายใต้การปกครองของคนสเปน ทุกวันนี้ในทวีปอเมริกาใต้ อินคาก็ยังถูกถือเป็นมนุษย์ชั้นที่สามของสังคม) วันก่อน สารคดีชุด ของ Phoenix โทรทัศน์ช่องหนึ่งที่นี่ มีหัวข้อหลัก คือ "Latin America" เลยได้นั่งดูหนังสารคดีหลายเรื่องทีี่เกี่ยวกับประเทศในอเมริกาใต้อย่าง เม็กซิโก บราซิล ปารากวัย และแน่นอนเรื่องที่ขาดไม่ได้เลยสำหรับธีมนี้ ก็คือ ปฏิวัติคิวบา, เช กูวารา และ ฟิเดลคาสโต แต่เรื่องที่ชอบมากจนอยากเขียนเล่า คือ "Anstoß auf 4000 Metern - Fußball in den Anden" (เปิดบอลที่ 4000 เมตร - ฟุตบอลในเทือกเขา Anden) จริง ๆ แล้วชื่อดั้งเดิมเลย (สร้างตั้งแต่ปี 2006) คือ "Churubamba - ผู้หญิงอินคากับกีฬาฟุตบอล" (Churubamba - Frauen am Ball) นี่ถ้า เชยังไม่ตาย จริง ๆ เราอาจได้อ่านบันทึกเชิงเปรียบเกี่ยวกับอินคาอีกสักประโยคก็ได้นะครับ ทำนองว่า... |
31 Dec 08 | by เชกูวารา | tags นานาสารพัน บันเทิง ฟุตบอลหญิง เผ่าอินคา อเมริกาใต้ ประเทศเปรู
เปลี่ยน ?
เนื่องจากอเมริกาเป็นประเทศที่มีอาณาเขตยิ่งใหญ่มโหฬาร มีเขตเวลาแตกต่างกันตั้ง 4 เขต ก็ว่ากันว่ากว่าจะรู้ผลอย่างเร็วที่สุด ก็คือ 04.00 น. ตามเวลามาตรฐานของวันพุธ หรือ 11.00 น.วันพุธ ตามเวลาในเมืองไทย จากผลโพลล์ทั่วประเทศล่าสุดเมื่อวันอาทิตย์ Gallup ระบุว่า โอบาม่านำแมคเคนร้อยละ 55 ต่อ 44 ขณะที่ Reuters/Zogby โอบาม่านำอยู่ร้อยละ 50 ต่อ 44, CNN โอบาม่านำอยู่เช่นกัน 53 ต่อ 46 และ โพลล์รายวันของ Rasmussen ระบุว่าโอบาม่านำที่ร้อยละ 51 ต่อ 46 โพลล์ระดับรัฐต่าง ๆ ก็บ่งชี้ทำนองเดียวกันหมดว่า โอบาม่ามีโอกาสสูงกว่าแมคเคนมากที่จะได้ 270 เสียงก่อน เพื่อก้าวขึ้นเป็นผู้นำสหรัฐอเมริกา (ผิวดำคนแรก) แห่งปี ค.ศ. 2008 (เกาะติดโพลล์ต่าง ๆ ได้จาก Pollster.com) ส่วนปัญหาว่า...ผลโพลล์เหล่านี้จะถูกโค่นไม่เป็นท่า หรือปากกาเซียนจะหักกระเด็นระเนระนาดหรือไม่ คงต้องรอเห็นกันวันมะรืน ไม่รู้เรื่องนี้ที่เมืองไทยเป็นอย่างไร กลบเรื่องเหลืองๆ แดงๆ ได้บ้างเปล่า ? แต่ที่เยอรมนี ในฐานะ... |
03 Nov 08 | by BioLawCom | tags นานาสารพัน เกร็ดชีวิต เยอรมัน เลือกตั้ง ประธานาธิบดี สหรัฐอเมริกา โอบาม่า แมคเคน
ชนชั้น/วรรณะ
อย่างไรก็ดี เราต้องยอมรับว่า อคติ ความเชื่อที่งมงาย อีกทั้งความเห็นแก่ตัวของมนุษย์นั้น เป็นสิ่งที่จะกำจัดให้สูญสิ้นไปง่าย ๆ ไม่ได้ อกุศลมูลหรือรากเหง้าของความเชื่อเหล่านี้ นอกจากจะทำลายปัญญาและเหตุผลในมนุษย์แล้ว ยังทำให้มนุษย์เป็นผู้มีใจดำอำมหิตอีกด้วย ด้วยเหตุนี้ เราจึงพบเห็นผู้คงแก่เรียนในสังคมของเราบางคน พยายามปกป้องและแก้ตัวแทนประเพณีการถือชั้นวรรณะ ข้าพเจ้าขอเน้นว่า ศาสนาฮินดูจะไปไม่รอด หากไม่เลิกการถือชั้นวรรณะ" ตัดตอนจากหนังสือ แด่..นักศึกษา บทที่ 27 "การเลิกถือชั้นวรรณะ" ของ มหาตมา คานธี แปลโดย เรืองอุไร กุศลาสัย ปล. ปัญหาการแบ่งแยกระหว่างมนุษย์ด้วยกัน รวมทั้งการจะไปไม่รอด ก็หาได้มี/จะมีขึ้น เฉพาะแต่ในสังคมอินเดียหรือศาสนาฮินดู เท่านั้นไม่. |
15 Oct 08 | by BioLawCom | tags หนังสือ นานาสารพัน ชนชั้น วรรณะ อินเดีย ศาสนาฮินดู
ความจน & ความรวย
ทำนองเดียวกับ "ความยากจน" ที่ไม่ควรถูกตั้งข้อรังเกียจเดียดฉัน โดยหมู่คนรวยหรือบรรดาผู้มีโอกาส และมีอันจะกิน "ความร่ำรวย" ก็ไม่ใช่เรื่องที่ควรอิจฉา หรือน่าชังใด ๆ สำหรับคนด้อยโอกาส คนจนเข็นใจ หรือผู้ยากไร้ไม่มีอะไรให้รับประทาน ความน่ารังเกียจ ไม่ใช่ ตัวความจน หรือ ร่างความรวย หากแต่คือ ความเกียจคร้าน การขาดความพยายาม และความไม่ประมาณตน สำหรับความจน และ การโกงกิน หรือการเอาเปรียบผู้คน ในกรณีของความร่ำรวย อย่างไรก็ตาม ไม่ต่างกับ การฉ้อฉลหรือโกงกิน การใช้อภิสิทธิ์ ตีสองหน้าเพื่อฉกฉวยผลประโยชน์ การไม่ยอมรับว่าตนกำลังหากำไรสูงสุดในส่วนที่ไม่ควรแสวงหาผลกำไร หรือกำลังนั่งกินส่วนต่างจากหยาดเหงื่อแรงงานของคนงานชั้นต่ำแบบสบาย ๆ โดยไม่จำเป็นต้องควักอะไรจ่ายคืนสู่สังคม ก็ไม่ควรได้รับการยกย่อง หรือควรถูกตั้งข้อรังเกียจ เฉกเช่นเดียวกัน" หนุ่มนิรนาม. เรื่องอื่น ๆ ที่ควรสนใจ : รายงาน Forbes จัดอันดับราชวงค์รวยที่สุดในโลก, บทวิเคราะห์โดย Frobes (ภาคต่อ), The World ´s Richest Royal, บทบาททางธุรกิจของสำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ โดย พอพันธ์ อุยยานนท์, การสถาปนาพระราชอำนาจจากโครงการในพระราชดำริ |
10 Sep 08 | by เชกูวารา | tags นานาสารพัน คมคำคน ความรวย ความจน อภิสิทธิ์ ประเทศไทย
หนทางสู่ความล้มเหลว
ที่ผมเขียนไม่ได้ต้องการบอกว่า เราต้องผลักดันให้ประเทศพัฒนา แล้วต้องมาปรับวิธีคิดของคนกัน เพราะเรื่องนั้น ผมคิดว่าคงเป็นไปได้ยาก แต่ที่เขียนก็เพราะว่า ได้เห็นวิธีคิดของประชากรเฉลี่ยบนอินเตอร์เนต แล้วรู้สึกว่ามันเกี่ยวโยง สอดคล้องกัน และตอบคำถามเรื่องนี้ได้บางส่วน วิธีคิดที่ผมได้พบเห็นมาคือ "ทำอย่างไรถึงจะมีเงินมาก ๆ ด้วยวิธีการที่ง่ายที่สุด และเร็วที่สุด" วิธีคิดแบบนี้แหละ ที่ผมคิดว่าเป็นหนทางไปสู่ความล้มเหลว เพราะเป็นวิธีคิดที่ฉาบฉวย และอันตราย วิธีคิดเช่นนี้จะทำให้คนมองทุกอย่างเป็นเงินเป็นทองไปเสียหมด จะทำอะไรอย่างหนึ่ง ก็มาคิดกันแล้วว่า จะทำยังไงถึงจะมีรายได้จากสิ่งที่ทำ ซึ่งส่วนมากจะมีผลคือ การละเลยแก่นแกน และสาระสำคัญในเรื่องที่จะทำ ตัวอย่างในอินทราเนตไทยแลนด์ที่เห็นได้ชัดที่สุดคือ การสร้างเวบไซท์เพื่อหวังเงินโฆษณา หรือจาก Ads Sense มีการปั่น SEO กันน่าดู โดยละเลยเนื้อหา บ้างไม่มีเลย บ้างไปลอกของคนอื่นมาแปะ ผลเลยออกมาอย่างที่เห็น (ผมเคยบ่นไปแล้วใน ขบวนการปั่น (ป่วน) เวบไซท์แห่งประเทศไทย) ผมไม่ขัดแย้งในเรื่องการสร้างรายได้ เพราะ ... |
29 Aug 08 | by bow_der_kleine | tags นานาสารพัน
ช่วงที่
ขณะที่เมืองไทยกำลังอยู่ในช่วงขบกราม และดูเหมือนเกมส์อาจจะ "เปลียนมือ" เพราะเมื่อวันที่ 1 พ.ย. คนเสื้อแดง
"[...] ข้าพเจ้าไม่เชื่อว่า บรรดาบูรพาจารย์ทั้งหลายของเราอันได้แก่ฤษีมนีผู้รจนาคัมภีร์พระเวท และคัมภีร์ศาสนาอื่น ๆ และผู้ชี้ให้เราเห็นถึงความเป็นเอกภาพแห่งพระผู้เป็นเจ้า จะต้องการให้เราแตกแยกกันโดยแบ่งสังคมออกเป็นสังคมชั้นสูงและชั้นต่ำ ข้าพเจ้าไม่เชื่อว่า ผู้มีสติปัญญาและรักความเป็นธรรมคนใด จะเห็นดีเห็นงามด้วยกับการแบ่งแยกในระหว่างมนุษย์ด้วยกันเช่นนี้
"การที่ใครสักคนร่ำรวยมหาศาล อาจไม่ได้เป็นผลมาแต่เรื่องบุญเก่า โชคชะตา ความขยัน ฉลาด หรืออดออม อันเป็นด้านดีงามที่ควรภูมิใจ ยกย่อง หรือเอาเยี่ยงอย่างแต่เพียงด้านเดียว แต่มันอาจเจือไว้ด้วยด้านมืดด้านอื่น ภายใต้เหตุผล หรือเงื่อนงำบางอย่างที่คนธรรมดา ๆ ไม่อาจหรือไม่อยากตั้งคำถามก็เป็นได้ เช่นเดียวกัน การที่ใครสักคนจะยากจนข้นแค้น ก็อาจไม่ใช่เหตุมาแต่ด้านเสีย ๆ อย่างความขี้เกียจ ไม่ขวนขวายดิ้นรน แต่อาจเป็นผลมาจากโอกาส และความเสมอภาคที่สังคมไม่เคยหยิบยื่นให้ นักคิดที่ดี จึงไม่ควรมองเรื่องนี้แบบตื้นเขินเกินไปนัก
หลายคนเคยคิดสงสัย ทำไมประเทศไทยไม่เจริญทางวัตถุเหมือนอย่างประเทศอื่นสักที ทั้ง ๆ ที่เมื่อศตวรรษก่อนเราเริ่มพัฒนาประเทศพร้อม ๆ ญี่ปุ่น เมื่อสักครึ่งศตวรรษก่อน เรายังมีความก้าวหน้าล้ำเกาหลีใต้ แต่ตอนนี้ทั้งสองประเทศทิ้งเราไปแบบไม่เห็นฝุ่น และยังมีอีกหลายประเทศกำลังแซงเราไปแบบช้าบ้าง เร็วบ้าง ผมคงไม่มีคำตอบที่สมบูรณ์แบบให้ เพราะถึงขณะนี้ ผู้รู้ในบ้านเรา ทั้งแบบเดี่ยว และรวมหมู่ ก็ยังหาข้อสรุปในเรื่องนี้ยังไม่ได้ คำตอบที่ผมพอมีอยู่ในใจ คือ วิธีคิดของคนในบ้านเรา มันไม่เอื้อที่จะทำให้ประเทศพัฒนา