ComBioLaw.De » Blog » เหตุบ้าน และ การเมือง » คนกรุง กับเสื้อแดง

คนกรุง กับเสื้อแดง

Imageตั้งแต่วันศุกร์ที่ผ่านมา (12 มีนาคม 53) จนถึงวันนี้ (14 มีนาคม 53) คงไม่มีเหตุการณ์ใดในประเทศไทยจะดูน่าสนใจไปกว่าการชุมนุมของ "คนเสื้อแดง" เพื่อเรียกร้องให้รัฐบาลชุด อภิสิทธิ์ ยุบสภาและจัดการเลือกตั้งใหม่ แม้ว่าจนถึงตอนนี้ผมยังหาแถลงการณ์เพื่ออ่านเหตุผลในการเรียกร้องไม่เจอ แต่สรุปโดยรวมแล้ว ผมเข้าใจว่าคนที่มาชุมนุมรู้สึกว่าตนเองไม่ได้รับความเป็นธรรมรัฐบาลที่ตนเป็นผู้เลือกเข้ามา ถูกล้มแล้วล้มอีก อีกทั้งโดยวาทะกรรมของกลุ่มการเมืองฝ่ายตรงข้ามเอง ที่ชอบหาว่าพวกเขาโง่ ขายเสียง เลือกคนทุจริตเข้าสภา การดูถูกกันถึงที่สุดขนาดนี้ ผมคิดว่าคงเพียงพอแล้ว ในการรวมตัวกันเพื่อชุมนุมกันของคนเสื้อแดง

หากการชุมนุมเป็นไปด้วยความสงบเรียบร้อย ไม่มีความรุนแรง ผมเห็นด้วยกับการชุมนุมครั้งนี้ แต่ไม่ได้หมายความว่า ผมเป็นเสื้อแดง, ผมจะเห็นด้วยกับเสื้อแดงทุกอย่าง, ผมสนับสนุนทักษิณ, ผมขายชาติ และต้องการล้มล้างสถาบันฯ

ผมเพียงเห็นด้วยกับการชุมนุมเพื่อแสดงความคิดเห็นตามหลักประชาธิปไตยเท่านั้น ไม่ได้มีอะไรมากกว่านั้น

แต่การชุมนุมครั้งนี้นอกจากมีความพิเศษตรงที่ปริมาณผู้ร่วมชุมนุม และวิธีการชุมนุมแล้ว ปฏิกริยาของคนชั้นกลางที่มีต่อการชุมนุม ก็เป็นภาพสะท้อนบางอย่างที่น่าสนใจ นับตั้งแต่ การออกแคมเปญ "คนไทยรักกัน ไม่ใช้ความรุนแรง" "ไทยสันดิ" แม้ว่าผมจะชอบสันติวิธี แต่ผมไม่สามารถเห็นด้วยกับแคมเปญนี้ได้ เพราะรู้สึกว่า ในความรักสันตินั้น มันมีนัยยะของการแบ่งแยกอยู่ ซึ่งในที่สุดแล้ว มันเป็นสันติแบบเปลือกนอก ที่ห้ามไม่ให้อีกฝ่ายใช้ความรุนแรงทางกายภาพเสียมากกว่า แต่ผมไม่เห็นว่าสันติที่แท้จริงจะเกิดขึ้นได้ ในเมื่อก่ชารปรับความเข้าใจยังไม่เกิดขึ้น ซึ่งเรื่องนี้ คุณ ศิโรตม์ อธิบายไว้ในบทสัมภาษณ์เรื่อง สันติวิธีของคนกรุงเทพฯเป็นเรื่องเหลวไหลและใจแคบ ได้ดีทีเดียว ...

เหตุบ้าน และ การเมือง เหตุบ้าน และ การเมือง

bow_der_kleine bow_der_kleine

ใน Facebook เอง ผมได้อ่านความคิดเห็นเพื่อน ๆ ที่อยู่กรุงเทพ ฯ หลาย ๆ คนต่อการชุมนุมครั้งนี้ เสียงตอบรับต่อการชุมนุมจะเป็นไปในลักษณะ "การชุมนุมของคนเสื้อแดงทำให้คน กทม. เดือดร้อน" โดยอ้างเหตุผลเรื่องไม่สามารถเดินทางไปไหนมาไหน หรือเพื่อไปทำงานได้ในห้วงเวลาที่คนเสื้อแดงเดินทางมาชุมนุม ซึ่งชุดความคิดนี้ จะมาพร้อม ๆ กับ "ไม่รู้จะมาชุมนุมทำไม นายพวกแกหนีไปต่างประเทศหมดแล้ว" และมักจะโยงการชุมนุมครั้งนี้กับความรุนแรงที่เกิดขึ้นในช่วงเดือนเมษายนปีทีแล้ว มีการพูดถึงเรื่องความการเผารถแก้ซและรถเมล์ แต่แปลกตรงที่ไม่มีการพูดถึงการปราบการชุมนุมโดยอาวุธสงคราม ที่ไม่สามารถอ้างได้ว่าใช้กระสุนปลอม (อ่าน การใช้ พ.ร.บ.ความมั่นคง-พ.ร.ก.ฉุกเฉิน เท่ากับรัฐเห็นผู้ชุมนุมเป็นศัตรู เพิ่มเติม) ทั้งที่พูดถึงความรุนแรงเหมือนกัน และไม่มีการโยงเรื่องนี้กับการปิดล้อมสนามบิน หรือการปิดทำเนียบรัฐบาลของพันธมิตร ทั้งที่พูดถึงความเดือดร้อนที่เกิดขึ้นจาการชุมนุมเหมือนกัน

เป็นเรื่องที่ถูกต้อง ที่คนชั้นกลางในกรุงเทพฯ มีสิทธิที่จะแสดงความคิดเห็น และไม่พอใจต่อความเดือดร้อนที่เกิดขึ้น แต่เพราะการแสดงความคิดเห็นที่ไม่เป็นธรรม และไม่เป็นกลางแบบนี้หรือเปล่า ที่ทำให้คนเสื้อแดงเขารวมตัวกัน ทำให้เขารู้สึกว่าเขาเป็นพลเมืองชั้นสอง ที่มีศักดิ์ศรีน้อยกว่าคนคนชั้นกลางในกรุงเทพฯ สิ่งที่ผมต้องการจะบอกคือ คนชั้นกลางในกรุงเทพฯ เองก็เป็นสาเหตุหนึ่งของปัญหาความวุ่นวายกีฬาสีที่เกิดขึ้น

การชี้นิ้วไปที่คนอื่น แล้วบอกว่าเขาเป็นคนสร้างปัญหามันไม่ยากครับ และมันไม่เคยช่วยแก้ปัญหา มันจะดีกว่าหรือไม่ หากเรามาทบทวนตัวเอง แล้วค่อย ๆ เริ่มแก้ปัญหาที่ตัวเราเอง

14 Mar 10 | by | tags เหตุบ้าน และ การเมือง

read 2098

<<การลงประชามติในสวิต ฯ : ประชาธิปไตย vs. หลักนิติรัฐ || การชุมนุมที่แตกต่าง>>

เด็กเมือง..ในบ้านนา

เห็นด้วยกับ ..คอมเมนต์ของ-อย่าไร้เดียงสาเลยครับ-..ค่ะ ต่อให้คำพูดฟังดูดีแค่ไหน การกระทำมันก็ชัดเจนแล้วนะคะ อย่างที่พี่เขาว่า คนต่างจังหวัดไม่ได้คิดเรื่องชนชั้นเลย แต่ที่ทำทำให้คนเมืองเกลียดเขา ก็เพราะสิ่งที่เขาทำต่างหาก รัฐบาลที่ไม่ได้มาจากการเลือกตั้ง บอกว่าไม่เอา ไม่ใช่ประชาธิปไตยที่แท้จริง แล้วที่มาจากการทำลายล่ะคะ เผาห้าง เผาที่อยู่ที่ทำกินของคนอื่นละค่ะ พี่เจ้าของบล็อกน่าจะวิจารณ์สิ่งที่เขาทำบ้างนะค่ะ ไม่งั้นต่อไป ไม่พอใจใครหรือรัฐบาลชุดไหน ก็คงต้องออกมาประท้วง เผาบ้านเมืองกันอีก ''ประท้วงกันแบบเงียบๆ อย่าให้คนอื่นได้รู้ อย่าให้คนอื่นได้เดือดร้อน คน กทม. จะได้ไปเดิน Paragon, Central World จะได้ช้อบ Summer Sail จะได้เล่นสงกรานต์ เป็นความคิดที่ฉลาดมากครับ ขอนับถือ ลำพังสติปัญญาผมเอง ผมคงคิดไม่ได้ พวกบ้านนอกเดือดร้อนก็ช่างเขา เราคนกรุงไม่เกี่ยว ขออย่างเดียว คนเหล่านั้นจ่ายภาษีมาสร้างความเจริญให้ กทม. เป็นพอ'' พี่คิดได้แค่นี้เองเหรอ เสียดายจังค่ะ หนูชอบที่พี่เขียนมาตลอด รู้สึกว่าได้รู้อะไรที่มันต่างไป มองอะไรในอีกมุมที่ไม่เคยเห็น ....แต่รู้สึกว่า เข้าใจผิดมาตลอดก็ตรงข้อความนี้แหละ คนกทม.เสกเงินได้จากอากาศหรือไงคะ เค้าก็ทำมาหากิน หาเงินเลี้ยงครอบครัวเหมือนๆที่คนต่างจังหวัดทำนั่นแหละค่ะ ไม่ใช่ว่าจะไปเดินพารากอน central world กันทั้งหมด แล้วที่เผาไปน่ะ รู้มั้ยค่ะว่ามีกี่คนที่ต้องเสียหาย กี่คนที่หมดตัวเพราะไม่มีที่ทำกิน กี่คนที่ตกงาน บางคนกลายเป็นหนี้ บางคนล้มละลาย...คิดรึยังค่ะ พี่อย่ามาประชดด้วยคำพูดแบบนี้อีกเลยนะคะ แล้วถ้าพี่จะพูดว่า เสียใจให้ห้างที่ถูกเผา มากกว่าหลายชีวิตที่ต้องสูญเสียไป .. มันไม่ใช่ค่ะ แค่อยากจะบอกว่าที่เค้าเสียใจเค้าก็มีเหตุผลของเขา ใจเขาใจเราน่ะค่ะ พี่เข้าใจมั้ย ขอโทษนะคะที่พูดซะยืดยาว แต่ว่าหนูแค่อยากให้พี่มองกลับกันบ้าง เหมือนๆกับที่พี่บอกว่าอย่าเอาแต่ที่เสื้อแดงทำ มาว่ามาวิจารณ์อย่างเดียว ทีเสื้อเหลืองทำ ทหารทำไม่เห็นว่า....พี่เองก็น่าจะเอาที่เสื้อแดงทำมาบอกบ้างนะคะ ไม่ใช่แค่ที่ทหารทำ วิจารณ์ที่เขาเผาบ้านเมืองบ้าง ไม่ใช่แค่ด้านดีๆที่ทำเพื่อประชาธิปไตยอย่างแท้จริง เพราะทหารดีๆก็มีพี่ยังไม่เห็นพูดเลย เสื้อแดงเลวๆแย่ๆก็มีก็น่าจะพูดบ้าง *** แตกต่างได้ แต่อย่าแตกแยก เราเลือดสีเดียวกัน มีพ่อคนเดียวกัน^^*** ps. ใครทำอะไร รู้อยู่แก่ใจ...ลูกที่เนรคุณพ่อแม่ ไม่มีทางได้ดี

22 May 10

ความคิดเห็น (click here to comment)

Search

Navigation

รวมลิงก์น่าสนใจ

ความเคลื่อนไหว

Login