ComBioLaw.De » Blog » นานาสารพัน » Apple Apple Apple !

Apple Apple Apple !

imageสำหรับคนที่อ่านข่าวสารไอทีผ่านทาง Blognone ช่วงนี้อาจสังเกตได้ว่า จำนวนข่าวต่อวันของ Blognone ลดลงอย่างเห็นได้ชัด (ส่วนจำนวนเนื้อหาใหม่ ๆ ของ BioLawCom ต่อเดือนนั้นลดฮวบมานานแล้ว) ทีแรกผมก็นึกว่า เป็นเพราะช่วงนี้เป็นช่วงสงกรานต์ ทีมเขียนข่าวลาพักร้อน เลยไม่ค่อยได้เขียนกัน แต่แล้ว mk หนึ่งในผู้ก่อตั้ง และผู้เขียนหลัก ก็เฉลยความจริงออกมาว่า ขอบายเลิกเขียนข่าวไปสักพัก เพราะเบื่อสาวก Apple จึงทำให้จำนวนข่าวใน Blognone ลดลงด้วยประการฉะนี้แล

สงครามค่ายไอที เป็นเรื่องที่มีให้เห็นตลอดเวลา ใหญ่บ้าง เล็กบ้าง แล้วแต่กาละเทศะ มีตั้งแต่สงครามระบบปฏิบัติการ Windows vs. Linux vs. Mac OS X สงครามภาษาเขียนโปรแกรม Java vs. Python vs. Ruby vs. C# สงครามฐานข้อมูล MySQL vs. PostgrSQL vs. MS SQL vs. Oracle สงคราม Open Source vs.  Proprietary สงคราม ค่ายหนัง ค่ายเพลง vs. BitTorrent สงคราม Search Engine etc. นับกันไม่หวาดไม่ไหว

โดยส่วนตัว ผมชอบอ่านอะไรแบบนี้ ไม่ใช่เป็นเพราะผมซาดิสต์เท่านั้น แต่ผมรู้สึกว่า หากถกกันเรื่องพวกนี้ แล้วยกเหตุ และปัจจัยมาฟัดมาเหวี่ยงกัน นากจากจะได้ความเพลิดเพลินในการอ่านแล้ว ยังได้ความรู้และมุมมองใหม่ ๆ อีกด้วย (บางครั้งมันนำไปสู่ innovation) แต่ส่วนมากแล้ว กรอบในการประทะคารมมักไม่ได้หยุดอยู่เพียงนั้น มันมักจะลามปาม ออกนอกลู่นอกทาง เกิดการกระทบกระแทกเสียดสี บางคนถึงขนาดละทิ้งหลักแห่งเหตุผล ไปลงเอากับความเชื่อ เข้าขั้นไสยศาสตร์ก็มีไม่น้อย ใช่ว่าอาการผีเข้าแนว ๆ นี้จะไม่เคยเกิดขึ้นกับผม มันไม่เคยละเว้นใคร ผมเองก็ต้องคอยระวังเนื้อ ระวังตัว ระวังปาก ระวังคำอยู่บ้างเหมือนกัน

แต่เราจะรู้ได้อย่างไร ว่าเรากำลังถูกไสยศาสตร์เข้าครอบงำ ?

นานาสารพัน นานาสารพัน

bow_der_kleine bow_der_kleine

หลวงพ่อ หรือหมอผีก็บอกเราไม่ได้ครับ เราต้องตรวจสอบตัวเอง เมื่อไรที่เรารู้สึกว่า สิ่งที่เราชอบไม่มีข้อเสียอะไรเลยแม้แต่น้อย ทุกอย่างดีไปหมด นั่นแหละ คุณกำลังถูกไสยศาสตร์เข้าครอบงำ และกำลังกลายเป็นสาวกของอะไรบางอย่าง ทุกอย่างในโลกนี้ ย่อมมีข้อดีและข้อเสียในตัวของมันเอง อยู่ที่ว่าข้อดีกับข้อเสียเหล่านั้น มันเหมาะสมกับสถานการณ์ที่เราจะนำมันมาใช้งานหรือไม่

แต่ระยะหลังมานี้ ในโลกไซเบอร์ของคนไอที มีเหล่าสาวกของ Apple ปรากฏกายให้เห็นบ่อยครั้ง และบ่อยขึ้นเรื่อย ๆ จนสร้างความอึดอัดใจให้กับใครหลาย ๆ คน (รวมถึงกรณีตัวอย่างที่ยกมา คือ คุณ mk) ที่น่าสนใจคือ ทำไมสาวก Apple จึงมีมากขึ้นเรื่อย ๆ และอะไรที่สาวก Apple สร้างความอึดอัดใจให้กับคนอื่น

image

ทำไมสาวก Apple จึงมีมากขึ้น ก็เพราะมีคนใช้ Apple กันมากขึ้น แล้วทำไมคนใช้ Apple กันมากขึ้น ตอบแบบกำปั้นทุบดิน คือ การตลาดของ Apple ดี ยุทธวิธีการขายของ Apple นั้นง่าย ๆ ครับ ทำสินค้าของตัวเองให้เป็นแฟชั่น มากกว่าจะเป็นสินค้าไอที ทำให้คนใช้รู้สึกว่า การใช้ Apple มันเท่ห์ ความเทห์ของ Apple อยู่ที่ดีไซน์อันโดดเด่น และการออกแบบตามหลักการ minimalist พร้อมกับโฆษณาตัวโต ๆ ว่า "The best practice" แน่นอนว่า การตลาดและโฆษณาเพียงสองอย่างคงไม่พอ ตัวผลิตภัณฑ์เองก็ต้องมีคุณภาพ และราคาอยู่ในระดับที่ยอมรับได้ด้วย

ผมยอมรับว่าผลิตภัณฑ์ Apple มีความลงตัวมาก ในเรื่องของ ดีไซน์ คุณภาพ ราคา และความเท่ห์ แต่ทั้งนี้ผลิตภัณฑ์ Apple มีความพิเศษอยู่ที่ เราไม่สามารถอธิบายปรากฏการณ์ต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับ Apple ได้ โดยพิจรณาเพียงแค่ ดีไซน์ คุณภาพ และราคาได้ เพราะมีสินค้าหลายยี่ห้อ ที่มอบดีไซน์ และคุณภาพของสินค้าให้กับลูกค้าได้พอ ๆ กับ Apple ในสนนราคาที่ต่ำกว่ามาก ดังนั้น ตัวแปรสำคัญที่สุดในเรื่องนี้ คือ ความเท่ห์

สิ่งที่ Apple หยิบยื่นให้กับลูกค้า ผ่าน MacBook ไม่เหมือนกับการขายโน้ตบุ้คคุณภาพอย่าง ThinkPad ที่ IBM หรือ Lenovo ทำ การขาย iPhone ไม่เหมือนกับการขาย Smart Phone อื่น ๆ ที่ Blackberry หรือ Nokia หรือ Motolora หรือ Samsung ทำ การขาย iPod ไม่เหมือนการขาย Walkman หรือเครื่องเล่น MP3 อื่น ๆ แต่สิ่งที่ Apple กำลังทำอยู่ไม่ต่างจากการขาย Prada หรือ Luis Vuitton หรือสินค้าฟุ่มเฟือยอื่น ๆ (แต่ผมก็ยอมรับว่าการซื้อ Apple ไม่ฟุ่มเฟือยเท่าซื้อ Prada หรือ Luis Vuitton) สิ่งที่มากับ MacBook, iPhone หรือ iPod ไม่ได้มีแค่วงจรอิเลคโทรนิค แต่รวมไปถึง life style ที่สามารถบอกสถานะทางสังคม วิธีการใช้ชีวิตของผู้ใช้ เป็นเครื่องมือที่ผู้ใช้ต้องการบอกคนอื่นว่า "ฉันก็ Cool เหมือนกันนะ" (สำหรับคนที่ใช้ Apple ด้วยเหตุผลอื่น ๆ ก็อย่าว่ากันนะครับ ผมแค่พยายามอธิบายพฤติกรรมของเหล่าสาวกเฉย ๆ)

image

ดังนั้นโฆษณา Apple ที่เราเห็น มันจะไม่ใช่โฆษณาขายสินค้าแต่เพียงอย่างเดียว แต่เป็นโฆษณาที่มาพร้อมกับ life style แบบเท่ห์ ๆ เสมอ เช่น มีเพลงประกอบเทห์ ๆ มีท่าเต้นเทห์ ๆ มีการใช้ชีวิตแบบเท่ห์ ๆ แต่เนื่องจากความเท่ห์เป็น relation หรือความสัมพัทธ์ การมีอยู่เพียงหนึ่งเดียวไม่สามารถประกาศความเท่ห์ได้ เราจึงได้เห็นโฆษณาชุด Get a Mac ซึ่งมีนัยะของการข่มผู้ใช้ PC ทั่วไปเพื่อประกาศความเท่ห์ของผู้ใช้ Apple อยู่

ในเมื่อความเท่ห์เป็นปัจจัยสำคัญในการเลือกซื้อสินค้า Apple เป็นปัจจัยที่สำคัญพอ ๆ กับ ดีไซน์ คุณภาพ และราคา ลองคิดดูครับว่าจะเกิดอะไรขึ้น หากมีคนเสนอแนวคิดที่ว่า "ผลิตภัณฑ์ Apple ราคาแพงกว่าที่ควรจะเป็น" หรือ "ผลิตภัณฑ์ Apple ไม่ได้มีคุณภาพดีกว่าผลิตภัณฑ์ยี่ห้ออื่น" หรือ "Apple ไม่ได้ใช้ง่ายอย่างที่ใคร ๆ เข้าใจกัน" ในห้วงความคิดแรก หลายคนอาจมองว่าไม่เกี่ยวกับความเท่ห์เท่าไร แต่จริง ๆ แล้วมันเกี่ยวแบบเต็ม ๆ เพราะความเท่ห์ของ Apple ไม่ได้มีเพียงเรื่องดีไซน์เท่านั้น แต่ยังรวมไปถึงความฉลาดในการเลือกซื้อด้วย เมื่อเป็นเช่นนั้น ความขัดแย้งย่อมบังเกิด การประกาศความเป็นสาวก เพื่อปกป้องความเท่ห์ของการเลือกใช้ Apple จึงมีให้เห็น สงครามสาวก Apple vs. The Other จึงเลี่ยงไม่ได้ และมักจะจบตรงบทสรุปที่ว่า สินค้า Apple ดีทุกประการ (ในสายตาสาวก) ส่วนคนอื่น ๆ ก็เบื่อและเลิกไปเอง (ส่วนหนึ่งเพราะคิดว่า ไม่ได้ควักเงินซื้อของให้สาวก)

image

ด้วยประสบการณ์ส่วนตัว ผมคิดว่า ผมจะไม่ซื้อสินค้าของ Apple อีก หากการตลาดและ Product Line ของ Apple ยังคงเป็นอยู่แบบในตอนนี้ ผมเคยซื้อสินค้ายี่ห้อ Apple มาใช้งานสองชิ้น และเคยสัมผัส Mac OS X (จาก MacBook ของรุ่นน้อง) และ iPhone (จากร้าน Telekom)  มาบ้าง สำหรับ Mac OS X และ iPhone ผมคงไม่วิจารณ์อะไรมากนัก เพราะ จุดแข็งของ Mac OS X อยู่ที่ Usability แต่ Usability สำหรับผมคือความเคยชิน และผมเป็นคนไม่ชอบใช้ Smart Phone อยู่แล้วก็เลยไม่ได้สนใจ iPhone มากนัก

แต่ iPod สองเครื่องที่ผมซื้อมา ทำให้ผมมีประสบการณ์ที่ไม่ดีกับ Apple อย่างมาก ด้วยเหตุผลดังนี้

  1. การ upload เพลงขึ้น iPod ยากมาก ไม่ intuitive อย่างแรง ผมซื้อ iPod Shuffle ให้น้องสาวหนึ่งเครื่อง เวลาผ่านไปสองปี เธอยังไม่สามารถ upload เพลงขึ้น iPod ได้
  2. Software ที่ใช้บน iPod แฮงค์บ่อยมาก จนต้องเปลี่ยนเครื่องไปแล้วหนึ่งครั้ง จนถึงตอนนี้ก็ยังมีอาการแฮงค์อยู่เรื่อย ๆ และรู้สึกว่าผมไม่ได้เป็นคนเดียวด้วยสิ

  3. หูฟังห่วยมาก ห่วยขนาดที่มันพังตั้งแต่วันแรกที่ใช้งาน และเสียงสู้หูฟัง Sony ราคา 7 ยูโรไม่ได้
  4. อ่านภาษาไทยไม่ได้
  5. มัน minimalist เกินไป จนทำอะไรแทบไม่ได้เลย (ยิ่งกว่า Gnome เสียอีก)
  6. สินค้าสเปคคล้ายคลึงกันแต่คนละยี่ห้อ ราคาถูกกว่ามากมาย
สุดท้ายผมเลยเลิกใช้ iPod ทั้งที่มันยังไม่พัง (แต่แฮงค์บ่อยมาก) แล้วซื้อ Phillip GoGear มาใช้งานแทน รู้สึกมีความสุขในการใช้งานมากกว่ากันมากมาย ด้วยความไม่ประทับใจเหล่านี้ ผมจึงไม่อยากซื้อสินค้า Apple มาใช้งานอีก ยิ่งเมื่อพิจรณาถึงปัจจัยเรื่อง feature, คุณภาพ และราคาด้วยแล้ว ความน่าซื้อของ Apple ก็ยิ่งลดลง

ผมตั้งใจไว้ว่า หลังจากเรียนจบจะซื้อโน้ตบุ้คใหม่หนึ่งเครื่อง (งานที่ผมทำอยู่เป็นงาน Simulation และ Data Processing ที่ใช้พลังการคำนวนเยอะที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ เลยใช้เป็นข้ออ้างในการเปลี่ยนโน้ตบุคได้บ่อย ๆ) หนึ่งในตัวเลือกที่ผมสนใจคือ MacBook ด้วยเหตุผลที่ว่า หากใช้ MacBook ผมก็จะสามารถใช้ระบบปฏิบัติการที่สำคัญได้ครบทั้งสามตัว คือ Linux, Windows และ  Mac OS เพื่อที่จะใช้ทดสอบซอพท์แวร์ที่เขียนขึ้น แต่เมื่อคิดไปคิดมา มันเป็นเรื่องที่ไม่สมเหตุสมผลเอาเสียเลย ในการที่ผมต้องเสียเงินเพิ่มขึ้นเกือบสองเท่า (โน้ตบุ้คสเปคเดียวกัน ยี่ห้ออื่น ๆ ถูกกว่า MacBook ประมาณสองเท่า) เพื่อที่จะใช้ Mac OS ทั้งที่ Mac OS สามารถใช้งานบนโน้ตบุ้คเครื่องอื่น ๆ ได้ หาก Apple ต้องการ

และนี่คือตัวอย่างหนึ่งเท่านั้น สำหรับนโยบายผูกขาดของ Apple ที่มีให้เห็นมากขึ้นเรื่อย ๆ ไม่ว่าจะเป็นกรณี iTunes หรือ App Store สำหรับ Apple แล้วทุกอย่างควรอยู่ในการควบคุม โดยมักใช้ข้ออ้างในเรื่องคุณภาพที่ลูกค้าควรได้รับ ซึ่งเป็นเรื่องที่ผมรับไม่ได้มากที่สุด เพราะมันขัดต่อแนวทาง Open Source ที่ผมชื่นชอบ

ที่สุดแล้ว การตัดสินใจเลือกใช้สิ่งต่าง ๆ ก็เป็นสิทธิส่วนบุคคล ที่ทุกคนมีสิทธิที่จะตัดสินใจ แต่ในขณะเดียวกัน เราก็ไม่สามารถกำหนดให้ทุกคนคิดและตัดสินใจเหมือนเราได้

19 Apr 09 | by | tags นานาสารพัน ไอที Apple

read 4831

<<จุดอ่อนของคนเสื้อแดง || ปัญหาการเมืองเป็นเรื่องของจริยธรรม ?>>

john_leter

Kissธรรมดา ครับ คนเราต่างกัน

27 Apr 09

คิดสั้น โคตรเสนอหน้า

อ๋อ อ่านแล้วหนูสรุปมาได้ ๑ บรรทัดว่า

"ความเท่ห์เป็นอุปทาน อันย่อมเกิดแรงต้านจากอุปสงค์" Laughing

 เฮียเช กะเฮียไบโอหายไปไหนเลยอ้ะคะเฮียโบ

27 Apr 09

คิดสั้น โคตรเสนอหน้า

พิมพ์ผิดนี่หว่า

ความเท่ห์เป็นอุป(า)ทาน อันย่อมทำให้เกิดแรงต้านจากอุปสงค์

27 Apr 09

fatro

ผมชอบ Mac นะ ถ้ามองในรูปของการทำประโยชน์ (สร้างบรรทัดฐานใหม่ และการแข่งขัน) แก่วงการ

แอปเปิ้ล มีเสน่ห์อะไรบางอย่างที่ platform อื่นไม่มี แต่ความขี้งก " ฟีดเจอร์ง่ายๆ " ของแอปเปิ้ลทุเรศจริงๆ

27 Apr 09

revolution

ตั้งแค่เปลี่ยนจาก arch ppc มาเป็น x86 ก็ไม่อยากได้แล้ว อยากลองประสิทธิภาพของ RISC

เขาชอบว่าผมเป็น spam T_T

27 Apr 09

plynoi

สาวก Apple นี่ยังไม่เท่าสาวก Amway ครับ T^T

27 Apr 09

Framekung

ก่อนอื่นต้องเสียดายแทนคุณ mk มาก ที่ทนกับ Mac Zealots ในเว็บไม่ได้

ผมเองทราบเหตุผลที่คุณ mk ไม่เขียนข่าวช่วงนี้เนื่องจาก Mac ผมเองก็หดหู่ใจเหมือนกัน

(เพราะตัวเองใช้แมค และ iPhone)

แต่จริงๆแล้ว ไม่ค่อยมีปฏิกริยาเช่นนั้นเท่าไร ส่วนมากคิดว่ามันตอบสนองอะไรได้ดี

กว่าคนอื่น ผมอาจจะใช้ Mac ทำวิดิโอ เสร็จภายใน 30 นาที แต่ในวินโดวส์ผมอาจจะ

ใช้เวลานาน อันนี้คือข้อดีนะ

และผมไม่เคยคิดที่จะใช้อุปกรณ์พวกนี้ เสนอคุณค่า หรือบอกราคา ให้ดูมีคุณค่าขึ้นมาเลย

เพียงคิดแค่ว่า ใครจะมองยังไงก็ช่างเท่านั้นเอง ดังนั้นสาวกแมคที่อวดอ้าง ความหล่อ ความเท่

นี่เอาสรรพคุณทางอ้อมมาอ้างทั้งนั้น ไม่มีเหตุผลครับ ฟังยังไงก็ฟังไม่ขึ้นจริงๆ คอมเมนต์เพราะ

เจอผลกระทบครับ อ่านข่าวใน Blognone ประจำๆด้วย ใช้แมคและไอโฟนด้วย :)

27 Apr 09

iannnnn

แมคบุ๊กผมโดนขโมยไปแล้วครับ

เลยถือเป็นการลาออกจากวงการสาวกไปโดยปริยาย Cry

27 Apr 09

Warong

ผมจะไม่ซื้อสินค้าของ Apple อีก หากการตลาดและ Product Line ของ Apple ยังคงเป็นอยู่แบบในตอนนี้

ผมเคยมีความรู้สึกคล้ายๆ กันนะครับ อันที่จริงผมอาจจะใช้ผลิตภัณฑ์ของ Apple ไปนานแล้วก็เป็นได้ถ้าไม่ติดที่โฆษณาของ Apple (I'm Mac I'm PC นั่นแหละครับ) เพราะดูครั้งใด ไม่ว่าจะรูปร่างหน้าตาหรือบุคลิกลักษณะของผม ดูกี่ทีกี่ทีก็เคลื้มไปว่าผมเป็นคุณ I'm PC ทุกคราวไป จนรู้สึกว่า เอ ดูท่าเราไม่ใช่กลุ่มเป้าหมายของเขาหรือเปล่า?

อย่างไรก็ดี ตอนที่ตัดสินใจซื้อมาลองใช้ดู ก็ได้ข้อสรุปว่าผลิตภัณฑ์ของเขาใช้ได้นะครับ แต่สิ่งที่ผมชอบก็ไม่ใช่สิ่งที่เขาโฆษณา อย่างตอนนี้ผมมี iPod Classic กับ MacBook และได้ข้อสรุปว่าสำหรับผมแล้ว ผลิตภัณฑ์ Apple จะใช้แล้วคุ้มต้องเป็นผลิตภัณฑ์ที่ใช้งานจริงๆ บ่อยๆ และคนใช้ก็ยินดีจะเอาจริงเอาจังกับสิ่งที่ตนใช้พอควร เพราะจะได้ความง่ายในหลายๆ ด้านหากเทียบกับการใช้ตัวอื่น แต่ถ้านอกเหนือจากนี้แล้ว ค่าใช้จ่ายมันเสียไปกับค่าคูลมากไปหน่อย อย่างผมก็คงไม่ใช้ iPhone อย่างแน่นอน และคิดว่าคนที่ไม่ได้ฟังดนตรีตลอดเวลา ไม่ได้มีแผ่นซีดีหลายร้อยแผ่นและคิดหาเครื่องไม้เครื่องมือในการจัดระเบียบพวกนี้อยู่แล้ว (ซึ่งหมายความว่าคุณเองก็ยินดีลงแรงไปจัดระเบียบมันด้วย) iPod ก็ใช่ว่าจะตอบโจทย์ทางการฟังดนตรีได้ดีนัก บังเอิญผมดันเป็นคนพวกนี้ก็เลยคิดว่าคุ้มครับ ฯลฯ

27 Apr 09

p-joy

ผมว่าต้องไม่เหมารวม สาวก Apple ผมว่าสาวกที่เค้าดีก็มีเยอะ คือให้เหตุผลในการปกป้อง Apple แบบไม่ปิดหูปิดตา

ซึ่งสาวกประเภทนี้ต้องไม่ไปเหมารวมเขาว่าเป็นสาวกประเภทไร้เหตุผล

การขจัด สาวก แบบไร้เหตุผลนั้นทำง่ายมาก คือลบความเห็นแบบนั้นออกไปเลย ไม่ต้องมีเหตุผล เพราะความเห็นมันไร้เหตุผล ก็ไม่จำเป็นต้องใช้เหตุผล

แต่สำหรับ สาวก ที่เขาใช้เหตุผลก็ต้องสู้ด้วยเหตุผล ไม่ใช่ยังไม่ทันขยับปากก็ยัดเยียดความเป็นสาวกชั้นเลวให้แล้ว ซึ่งผมไม่เห็นด้วยกับการหนี สาวก ประเภทหลังนะ

27 Apr 09

ความคิดเห็น (click here to comment)

Search

Navigation

รวมลิงก์น่าสนใจ

ความเคลื่อนไหว

Login