ComBioLaw.De » Blog » ประกาศ » มหาวิทยาลัยใต้สะดือ
มหาวิทยาลัยใต้สะดือ
สัปดาห์ที่ผ่านมาก็เป็นข่าวร้อนเรื่องหนูเปมิกา ที่จุฬาฯ แถลงข่าวเสียหลายรอบ แถลงสุดท้ายก็บอกว่ารอคำสั่งศาลตัดสินก่อน ถ้าผิดก็จะงัดวินัยนักศึกษามาจัดการ เรื่องผิดระเบียบเกี่ยวกับของต่ำกว่าสะดือนี่ มหาวิทยาลัยไทยมีปฏิกริยารวดเร็วเหลือเกิน จนเหมือนเวลาส่วนใหญ่ของมหาวิทยาลัยทุ่มเทให้กับกระโปรงนักศึกษา ทีเรื่องสำคัญที่เป็นหน้าที่ของตัวแท้ ๆ กับอย่างปัญหาใน ราชผลัดเชียงราย เรื่องยืดกันเป็นเดือน ผู้บริหารผลัดผ่อน เหมือนไม่เห็นความสำคัญของปัญหา จนกระทั่งเรื่องลงหนังสือพิมพ์ถึงขยับทำอะไรกับเขาบ้าง เจอเรื่องที่วนๆแถวใต้สะดือหลายครั้งเข้า ตอนนี้ชักมองเห็นขอบรั้วมหาวิทยาลัยค่อย ๆ กลายเป็นเขตสีมาเข้าทุกที แต่ละมหา-วัด-ทะยาลัย ก็พยายามรักษาความศักสิทธิ์ทั้งของธรรมจักร ทั้งของพระเกี้ยว (นี่ก็ดีที่ยังไม่มีจตุคามรามเทพเพิ่มมาด้วย) โดยแสดงให้เห็นว่า ในเขตมหาวัดฯของตัวไม่มีวิญญานร้าย ใด ๆ กล้ำกรายได้ ถ้ามีจะต้องโดนข้าวสารเสกให้ร้องโหยหวนร่ำไห้หน้าสื่อมวลชน ไม่ก็จับใส่หม้อไปทิ้งไกลๆวัด เคยคิดสมมุติเล่นๆหลังอ่านข่าว ว่าถ้ามีนักศึกษาคนหนึ่งพลาดท่ากับแฟนท้องโต แต่ต้องการเรียนต่อ มหาวิทยาลัยจะทำอย่างไร ไอ้ท้องที่โย้ออกมานี่มันก็บอกทนโท่ว่านักศึกษานี่ไปทำอะไร ที่ยิ่งกว่าใส่ชุดสาหร่ายเดินไปเดินมา ชื่อเสียงของมหาวิทยาลัยไทยที่กลัวจะเสื่อมเสีย ทำไมไปห้อยอยู่กับพฤติกรรมของคนที่ใส่ชุดขาวกระโปรงดำ ติดเข็มกลัด เสียก็ไม่รู้ ราวกับชุดที่ว่าเป็น สบง จีวร รัดประคต สังคมไทยก็แกล้งไร้เดียงสา พอจะคิดว่า วัยรุ่นธรรมดาพอใส่ชุดนักศึกษาจะต้องเป็นคนดีมีศีลธรรมขึ้นมาโดยที่ครอบครัว สังคม โรงเรียน เพื่อน ไม่ได้มาเกี่ยวด้วยเลย พอสอบเข้าได้ ก็มียี่ห้อติดตัว ถ้าทำไม่ดี (แล้วเป็นข่าว) ก็เอายี่ห้อออก ออกไปแล้วอย่างน้อยมหาวิทยาลัยก็สบายใจ สังคมก็ได้ความศักสิทธิ์ของยี่ห้อคืนมา เพราะถ้ายี่ห้อนี่ไม่ดี ความภูมิใจในลูกฉันที่ยี่ห้อเดียวกัน ก็จะเสียหายไปด้วย ส่วนไอ้ที่ออกไปแล้วจะไปห้อยต่องแต่ง ที่ไหนหรือมีพฤติกรรมเหมือนเดิม ก็ไม่เกี่ยวกับมหาวิทยาลัย ที่กลับมาศักสิทธิ์ บริสุทธิ์ผุดผ่องเหมือนเดิม ดูๆก็เหมือนมะม่วง เก็บตอนแรกก็คัดเอาที่คิดว่าดีมาจากสวน พอมาอยู่ในเข่งรอส่งตลาด เกิดเห็นบางลูกท่าจะช้ำๆก็เอาออกทิ้ง (แล้วให้ไปเน่านอกเข่ง) ทำไมชื่อเสียงมหาวิทยาลัยไม่ได้อยู่ที่คุณภาพการวิจัย การสอน การบริการสังคมหรอกเหรอ ทำไมผู้คนในมหาวิทยาลัยไทยไม่รู้สึกเสื่อมเสีย หรือละอายที่ไม่ได้ทำงานวิจัยอะไรออกมา เป็นชิ้นเป็นอันนอกจาก ที่ขยันทำงานวิจัยแบบถ้ำมอง ว่าใครจะนอนกับใคร มากขึ้นกี่เปอร์เซนต์ในวันวาเลนไทน์ นักเรียนส่วนใหญ่มีเซ็กส์อายุเท่าไหร่ เหมือนอุบายธรรมที่ว่า ภาชนะบางอย่างเป็นได้ทั้ง กระโถน กระถาง ถ้าเราเอาไว้ถุยน้ำลาย ใส่เสลดเราก็เรียกว่ากระโถน แต่ภาชนะเดียวกันเอามาใส่ดินปลูกดอกไม้ให้เบ่งบาน เราก็เรียก กระถาง สถาบันการศึกษาถ้าเลอะเทอะ เลอะเลือน มีแต่เรื่องเหลวไหล เปลี่ยนชื่อตัวเองเป็นกระถางคนก็ว่าเป็นกระโถน ถ้าอยากเป็นกระถางก็ต้องหมั่นออกดอก ออกผล ส่วนกระถางที่มีแต่ต้นไม้เหี่ยวๆแกร็นๆ มีดินติดก้นนิดหน่อย ถ้าคนเขาไม่แน่ใจว่ามีหน้าที่อะไร สักวันก็จะถ่มถุยเอา เสียกลายเป็นกระโถนจนได้แหละครับ ด้วยมิตรภาพ |
|
20 Mar 07 | by | tags ประกาศ
Biolawcom
อิอิ นาน ๆ ที ที่เฮียชา จะมาแรง ๆ เน้น ๆ แบบนี้ วันนี้เลยขอชวนไปอ่าน บทปาฐกถาแรง ๆ (เหมือนกัน) แถมเมามัน และตรงใจ บทนี้อีกบทครับ หกเดือนรัฐประหาร ก้าวต่อไปของประเทศไทย เป็นของใครไปไม่ได้นอกจาก วรเจตน์ ภาคีรัตน์ |
ในสัปดาห์นี้คุณโบว์เขียนบทความคอมพิวเตอร์เรื่อง 
พี่แปง
ถ้านักศึกษาท้อง(เฉพาะระดับปริญญาตรี) ที่มหาวิทยาลัยผมรู้สึกเขาจะตั้งคณะกรรมการพิจารณา
เท่าที่เจอก็จะให้พักการเรียน ด้วยเหตุผลเรื่องของจิตใจของนักศึกษามากกว่าเรื่องชื่อเสียงสถาบันครับ
คิดว่ามหาวิทยาลัยอื่น ๆ ก็เป็นเช่นนั้น นี่เป็นเหตุผลว่าทำไมรองฝ่ายกิจการนักศึกษาระดับต่าง ๆ เขา
จะเลือกคนที่เข้าใจนักศึกษาเป็นหลัก มากกว่าเรื่องอื่น ๆ อันนี้ต้องบอกเลยครับว่าท่านรองฯ เขาจะ
เข้าข้างนักศึกษาก่อน และหาทางแก้ปัญหาให้จากหนักเป็นเบา แม้แต่ให้ยืมเงินครับ
เรื่องเปมิกา กับเอมี่ ก็คิดว่าจุฬาและธรรมศาสตร์ ออกมาพูดก็ดีแล้ว แต่ที่จุฬาฯ ทำไม่ถูกก็คือกล่าวโทษ
เฉพาะนักศึกษาตัวเอง แต่การที่นักศึกษาตัวเองถูกละเมิดสิทธิเรื่องรูปจากบัตรประชาชนนั้น ไม่มีการ
ปกป้อง ส่วนธรรมศาสตร์ทำไม่ถูกเรื่องการลงโทษ ถ้าเป็นการกล่าวตักเตือน ก็น่าจะเป็นสิ่งที่ถูกเหมือน
ผู้ใหญ่เตือนเด็ก แต่การไปหลับหูหลับตาลงโทษให้อ่านหนังสือให้คนตาบอดนั้น ดูท่าจะไม่ถูก
เรื่องเปมิกา กับเอมี่ นั้น ดูเหมือนมหาวิทยาลัยจะเสียศูนย์ และเต้นไปกับสังคมมากไปหน่อย สังคมโลก
ก็งี้ พูดก็ไม่ดี ไม่พูดก็ไม่ดีอีก
21 Mar 07